หายใจไม่อิ่ม มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ และมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอะไรได้บ้าง

หายใจไม่อิ่ม

อาการปวดคอ ปวดสะบัก เป็นอาการปวดกล้ามเนื้อที่พบได้บ่อย ซึ่งอาจดูเหมือนว่าเป็นเพียงปัญหาสุขภาพเล็กน้อยที่ไม่ร้ายแรง จึงทำให้หลายท่านละเลยกับอาการที่เกิดขึ้น และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ส่งผลให้อาการปวดรุนแรงขึ้น และลุกลามไปบริเวณข้างเคียง จนเกิดเป็นอาการอื่นๆ ตามมา

เช่น อาการปวดร้าวลงแขน แขนชามือชา แขนอ่อนแรง ปวดศีรษะไมเกรน หรืออาการหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด เกิดขึ้น ซึ่งในบทความนี้ เราจะกล่าวถึงอาการหายใจไม่อิ่ม ที่เกิดจากอาการปวดคอปวดสะบัก ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจกับอาการที่เป็นอยู่ และหาวิธีการรักษาได้อย่างตรงจุด

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด

อาการหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นโรคทางปอด โรคหัวใจ หรือความผิดปกติของร่างกายอื่นๆ รวมถึงอาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อ เป็นต้น ซึ่งอาการหายใจไม่อิ่ม ที่เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อนั้น จะเป็นอาการที่ไม่รุนแรง หรืออันตรายอย่างเฉียบพลัน แต่มักเป็นอาการที่ค่อยๆ สะสมเรื้อรังมานาน

โดยอาการหายใจไม่อิ่มจะสัมพันธ์กับอาการปวดคอ ปวดบ่า ปวดสะบักโดยตรง เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และสะบัก เป็นกล้ามเนื้อส่วนหนึ่งที่ถูกใช้ขณะหายใจ ดังนั้นเมื่อกล้ามเนื้อคอ สะบักมีปัญหา จึงทำให้การหายใจมีปัญหาตามมาดังนี้

กล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ ประกอบด้วย

กลุ่มกล้ามเนื้อหายใจเข้า

  • กล้ามเนื้อกระบังลม diaphragm
  • กล้ามเนื้อ external intercostal บริเวณซี่โครง
  • กล้ามเนื้อ sternocleidomastoid เป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ บริเวณต้นคอด้านหน้า
  • กล้ามเนื้อ scalene เป็นกล้ามเนื้อมัดเล็กบริเวณซอกคอ
  • กล้ามเนื้อ serratus anterior เป็นกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ช่วงสะบักชั้นลึก

กลุ่มกล้ามเนื้อหายใจออก

  • กล้ามเนื้อ internal intercostal
  • กล้ามเนื้อ abdomimal rectus

โดยสาเหตุของอาการหายใจไม่อิ่มนั้น เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณคอ และสะบักเกิดการหดเกร็งตัว ซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้กล้ามเนื้อคอ บ่า สะบัก ในท่าเดิมนานๆ เช่น นั่งทำงานหน้าคอมเป็นเวลานาน การก้มคอ เงยคอเป็นระยะเวลานาน เป็นต้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า สะบัก เกิดการเกร็งสะสมจนเป็นก้อนปม หรือ trigger point ซึ่งก้อนปม trigger point นี้ จะไปขัดขวางการไหลเวียนเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ไม่สามารถนำพาสารอาหาร และออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆ ได้ดังเดิม จึงทำให้เกิดอาการปวดขึ้น

นอกจากนี้ก้อนปม trigger point จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงเครียด และอ่อนแอ และเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย เมื่อมีการใช้งานกล้ามเนื้อคอ และสะบัก ทำให้เกิดมีพังผืดตามมา โดยพังผืดจะยึดเกาะบริเวณมัดกล้ามเนื้อคอ สะบักเหล่านี้ จนทำให้ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อลดลง เกิดอาการแข็งตึงลามไปถึงกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกไม่สามารถยืดหดได้ตามปกติ ดังนั้นขณะหายใจเข้าออก กล้ามเนื้อหน้าอกจึงขยายได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดอาการหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุดนั่นเอง

กลับสู่สารบัญ

อาการที่มักเกิดร่วมกันกับอาการหายใจไม่อิ่ม

อาการหายใจไม่อิ่ม ที่เกิดจากปัญหาของกล้ามเนื้อ มักสัมพันธ์กับอาการปวดคอ บ่า สะบัก กล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ขณะหายใจ โดยหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการจะลุกลามไปบริเวณข้างเคียง ซึ่งจะทำให้มีอาการผิกปกติต่างๆ เกิดขึ้น เช่น ปวดขัดหัวไหล่ ปวดไหปลาร้า ปวดขึ้นศีรษะ เป็นต้น รวมถึงพังผืดอาจไปรบกวนเส้นประสาทจนทำให้เกิดการอักเสบตามมา ซึ่งผู้ป่วยอาจจะมีอาการชา แสบร้อน หรืออ่อนแรงร่วมด้วยได้ ซึ่งอาการที่มักพบร่วมกันได้แก่

  • อาการปวดคอ บ่า ไหล่
  • ปวดสะบัก
  • ปวดตึงหน้าอก ปวดไหปลาร้า
  • ชาแขน
  • ปวดหัว เวียนหัว ไมเกรน
  • แสบร้อนกลางอก หรืออาการคล้ายกรดไหลย้อน

อย่างไรก็ตามอาการหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด อาจเป็นอาการของโรคอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อคอบ่า สะบัก หน้าอกได้ ซึ่งตัวอย่างของโรคที่เกี่ยวข้องกับอาการหายใจไม่อิ่มจะมีดังนี้

  1. โรคทางปอด เช่น ปอดติดเชื้อ วัณโรค ปอดบวม หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง และหอบหืด เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ จะทำให้ปอดรับออกซิเจนได้น้อยลง ส่งผลให้รู้สึกหายใจไม่อิ่ม หายใจได้ไม่เต็มที่
  2. โรคทางหัวใจ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ป่วยมักมีอาการหายใจไม่อิ่ม ร่วมกับอาการเหนื่อยง่าย เนื่องจากความผิดปกติของหัวใจในการสูบฉีดเลือด ทำให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลง
  3. โรคอื่นๆ เช่น อุบัติเหตุบริเวณหน้าอก มีสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ หรือ โรคโลหิตจาง เป็นต้น ซึ่งต้องพิจารณาจากอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อหาสาเหตุของโรคต่อไป

หากผู้ป่วยสงสัยว่าตนเองมีอาการตาม 3 ข้อด้านบน ควรรีบพบแพทย์เพื่อขอคำวินิจฉัย และการรักษาที่เหมาะสมกับอาการดังกล่าว

กลับสู่สารบัญ

วิธีการรักษาอาการปวดคอ สะบัก หายใจไม่อิ่มที่ได้ผล และมีประสิทธิภาพ

อาการปวดคอ ปวดสะบัก ที่มีอาการหายใจไม่อิ่มร่วมด้วยนั้น สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการนวดสลาย trigger point และพังผืด เพื่อให้กล้ามเนื้อคอ สะบัก และกล้ามเนื้อหน้าอกกลับมาทำงานได้ปกติ เนื่องจากสาเหตุหลักของอาการนี้ เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ สะบัก เกิดการเกร็งตัว จนเป็นก้อน trigger point สังเกตจากเมื่อคลำมัดกล้ามเนื้อเราจะสัมผัสได้ว่ากล้ามเนื้อตรงบริเวณคอ และสะบัก แข็งเป็นก้อน เป็นลำ แตกต่างจากกล้ามเนื้อปกติ

โดยตัว trigger point ทำให้เลือดไม่สามารถนำพาออกซิเจน และสารอาหารไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ได้เต็มที่ ส่งผลให้มีอาการปวดเกิดขึ้น รวมถึงอาจมีพังผืดไปยึดเกาะตามมัดกล้ามเนื้อคอ สะบักร่วมด้วย จึงเกิดการดึงรั้งระหว่างมัดกล้ามเนื้อ และทำให้กล้ามเนื้อคอ สะบัก และกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ขณะหายใจ หดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้มีอาการหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด

ดังนั้นการรักษาด้วยวิธีการนวดสลาย trigger point และพังผืดนี้ จึงเป็นการกำจัดปัญหาที่เป็นสาเหตุของโรคโดยตรง เมื่อ trigger point และพังผืด ถูกสลายออก กล้ามเนื้อก็จะกลับมานิ่ม มีความยืดหยุ่น เลือดลมไหลเวียนปกติ อาการปวดตึงรั้งของกล้ามเนื้อคอ บ่า สะบักจะหายไป การยืดหดของกล้ามเนื้อกลับมาปกติ กล้ามเนื้อหน้าอกสามารถขยายตัวได้เต็มที่ขณะหายใจ ผู้ป่วยจะสามารถกลับมาหายใจได้สุด และกลับมาเป็นปกติ

การรักษาด้วยการนวดสลาย trigger point และพังผืด จึงสามารถรักษาอาการปวดคอ ปวดสะบัก ร่วมกับอาการหายใจไม่อิ่มได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพ และสามารถรักษาอาการให้หายได้อย่างถาวร

กลับสู่สารบัญ

การนวดสลาย trigger point และพังผืด ทำอย่างไร

วิธีการนวดสลาย trigger point และพังผืด จะแตกต่างจากการนวดทั่วไปโดยสิ้นเชิง สำหรับการรักษาด้วยวิธีการนวดสลาย trigger point และพังผืด จะเป็นวิธีนวดเฉพาะของทางคลินิก ซึ่งจะใช้นิ้วมือ ข้อศอก และไม้เล็กๆ กดคลึงไปตามก้อน trigger point และพังผืดที่ฝังตัวอยู่ในมัดกล้ามเนื้อทั้งในชั้นตื้น และชั้นลึก

โดยจะคลึงจนกว่าก้อนที่เกร็งแข็งนั้นจะนิ่มตัวลง จากนั้นจะย้ายตำแหน่งการกดไปบริเวณรอบข้างให้ครอบคลุมทั้งบริเวณคอ บ่า ไหล่ สะบัก และกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งการคลำหาจุดที่มีปัญหานี้ต้องอาศัยประสบการณ์ของหมอนวดผู้ทำการรักษา เพราะในผู้ป่วยแต่ละคนจะมีปัญหาอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตามการนวดด้วยวิธีนี้ จะค่อนข้างเจ็บกว่าการนวดทั่วไป เนื่องจากจุดที่มี trigger point หรือ พังผืดเกาะอยู่ จะเป็นบริเวณที่มีปัญหาผิดปกติ ซึ่งจะเกิดความเจ็บเมื่อโดนสัมผัสอยู่แล้ว และจะมีความเจ็บเกิดขึ้น จากการกดคลึงมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวให้คลายออก เพื่อสลายพังผืด และ trigger point อีกด้วย ดังนั้นการรักษาจะค่อนข้างเจ็บกว่าการนวดทั่วไป

การรักษาด้วยการนวดสลาย trigger point และสลายพังผืดนี้ จะไม่มีการบิด หัก ดึง กระชาก กระแทกใดๆ เพราะทางคลินิกเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก และการใช้แรงกด กระแทก บิด หัก กระชากนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจากต้นเหตุแต่อย่างใด

กลับสู่สารบัญ

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจรักษาอาการปวดคอ ปวดสะบัก หายใจไม่อิ่ม ด้วยการนวดสลาย Trigger point และพังผืด

ก่อนจะตัดสินใจรักษาอาการปวดคอ ปวดสะบัก หายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุดด้วยวิธีการนวดสลาย trigger point และพังผืด ผู้ป่วยควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้ประกอบ

1. การนวดแก้อาการด้วยวิธีนี้ ถึงแม้ว่าจะสามารถรักษาให้อาการหายขาดได้ แต่อาจไม่ได้รักษาหายภายในครั้งเดียว

ในกรณีที่ผู้ป่วยเพิ่งเริ่มมีอาการปวด ตึง การนวดสลาย trigger point และพังผืด ด้วยผู้ที่ชำนาญ อาจจะสามารถทำให้ดีขึ้นได้เลยภายในครั้งเดียว แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการเรื้อรังมาสักระยะหนึ่งแล้ว อาจจะต้องใช้เวลาในการรักษา ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้อาการหายช้าหรือเร็วนั้นจะขึ้นอยู่กับ

  • ความเชี่ยวชาญของผู้นวดแก้อาการ

ผู้รักษาที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษา เมื่อตรวจอาการแล้วจะรู้ทันทีว่า ต้นเหตุของอาการอยู่ที่ใด และต้องแก้ที่ตำแหน่งใด ซึ่งจะแตกต่างผู้รักษาที่ไม่มีความชำนาญโดยสิ้นเชิง เพราะผู้ที่ไม่มีความรู้ ความชำนาญ จะไม่สามารถแยกได้ว่ากล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือข้อต่อที่มีความผิดปกตินั้น ผิดปกติเพราะอะไร และควรต้องแก้ไขอย่างไร ดังนั้นการรักษาโดยผู้ที่ชำนาญการ จะให้ผลการรักษาที่รวดเร็ว แม่นยำ และตรงจุด จนผู้ป่วยรู้สึกได้เองถึงความแตกต่าง

  • ระยะเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการสะสมมา

ผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง หรือ มีอาการเป็นๆ หายๆ มานาน หรือเคยใช้งานกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ สะบักมานาน ย่อมต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานกว่าผู้ป่วยที่เพิ่งมีอาการ เนื่องจากในผู้ป่วยที่มีอาการมานาน trigger point และพังผืดจะแทรก และลุกลามไปในชั้นกล้ามเนื้อในหลายๆ จุด ได้แก่ ต้นคอ ท้ายทอย ฐานกระโหลก ต้นคอด้านหน้า ไหปลาร้า หน้าอก

ดังนั้นจะต้องรักษาหลายครั้งกว่าจะสลาย trigger point และพังผืดออกได้จนหมด ในขณะที่ผู้ป่วยที่เพิ่งเริ่มมีอาการไม่นานนั้น จะมี trigger point และพังผืดยึดเกาะเพียงเล็กน้อย และจะเกาะอยู่เพียงกล้ามเนื้อชั้นบนๆ ไม่ได้เกาะฝังลงลึก หรือเกาะลุกลามไปที่ต่างๆ เหมือนผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง ดังนั้น จึงใช้เวลารักษาน้อยกว่า ได้ผลที่ชัดเจนกว่า และหายไวกว่า

  • สภาพกล้ามเนื้อของผู้ป่วย

ผู้ป่วยแต่ละท่านมีสภาพกล้ามเนื้อที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องของความสามารถในการคลายตัว ผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อที่คลายตัวได้เร็ว หรือมีพังผืดนิ่มจะเห็นผลการรักษาที่ชัดเจน และไวกว่าผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อที่คลายตัวช้า

2. การนวดสลาย trigger point และพังผืดมีความเจ็บ

เนื่องจากการนวดสลาย trigger point และพังผืดจะเน้นไปที่การรักษาอาการของผู้ป่วยให้ทุเลา ไม่ได้เน้นเรื่องความผ่อนคลาย ดังนั้น ขณะทำการรักษา ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บ ซึ่งจะเจ็บมาก-น้อย ขึ้นอยู่กับวิธีการ หรือเทคนิคของการนวดแก้อาการในแต่ละแห่ง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ต้องการรักษาด้วยวิธีการนวดสลาย Trigger point และพังผืดนี้ จะต้องเป็นผู้ป่วยที่พอทนความเจ็บได้บ้าง หากเป็นผู้ที่ทนความเจ็บไม่ได้เลย อาจจะต้องเลือกการรักษาทางอื่นแทน

3. อาจเกิดการระบม หรือรอยฟกช้ำขึ้นหลังจากการนวด

การนวดแก้อาการสลาย trigger point และพังผืดอาจะทำให้เกิดความระบม หรือมีรอยฟกช้ำขึ้นหลังจากการรักษา โดยส่วนใหญ่แล้วอาการระบม และรอยฟกช้ำ จะมีระยะเวลาประมาณ 3-10 วัน โดยจะระบมมากน้อย หรือฟกช้ำ มากน้อย แค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการนวดรักษาของสถานที่นวดแก้อาการแต่ละแห่ง

4. ค่าใช้จ่ายในการนวดสลาย trigger point และพังผืดจะสูงกว่าการนวดทั่วไป

โดยปกติแล้ว ค่าใช้จ่ายในการนวดแก้อาการสลาย trigger point และพังผืดจะสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการนวดทั่วไป เนื่องจากผู้ที่จะทำการนวดแก้อาการได้นั้น ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ที่นวดแผนไทยเป็น แต่จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญด้านการสลาย trigger point และพังผืดในกล้ามเนื้อมากกกว่าหมอนวดแผนไทยอย่างมาก ซึ่งผู้ที่มีประสบการณ์ และมีความชำนาญในด้านนี้จริงๆ มีจำนวนค่อนข้างน้อย

ค่าใช้จ่ายในการนวดแก้อาการที่พบในปัจจุบันนั้น มีตั้งแต่ 500.- จนไปถึงหลักหมื่นบาท (xx,xxx) ต่อครั้ง ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูล และปัจจัยต่างๆ ของสถานที่นวดแก้อาการแต่ละแห่งว่าที่ใดมีความเชี่ยวชาญ สามารถรักษาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าต่อผู้ป่วยมากที่สุด

กลับสู่สารบัญ

บทส่งท้าย

อาการปวดคอ ปวดสะบัก ร่วมกับอาการหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด เป็นอาการที่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ เมื่อหายแล้วสามารถป้องกันไม่ให้อาการกลับมาเป็นอีกได้ โดยผู้ที่เพิ่งเริ่มมีอาการ มักปวดคอ ปวดสะบัก เพียงอย่างเดียว จะยังไม่มีอาการหายใจไม่อิ่มร่วมด้วย แนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่งให้ถูกท่า หมั่นเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ

แต่สำหรับผู้ที่มีอาการหายใจไม่อิ่มร่วมด้วยแล้วนั้น บ่งบอกว่าอาการลุกลาม และรุนแรงขึ้น ควรหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น อย่าปล่อยให้อาการเรื้อรัง เพราะจะยิ่งรักษายากขึ้น และหลังจากรักษาจนหายแล้ว ควรป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงควรออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อคอ บ่า สะบัก หรือหากเริ่มมีอาการกลับมาปวดตึง ควรรีบแก้ไขด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือนวดทั่วไปเพื่อคลายกล้ามเนื้ออยู่เสมอ เพื่อไม่ให้อาการสะสมจนเกิดเป็นอาการหนักอีกครั้ง