ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตวัยทำงาน … หายได้ แค่รักษาให้ถูกวิธี

ออฟฟิศซินโดรม

หากพูดถึงอาการออฟฟิศซินโดรม หลายท่านคงรู้จักหรือเคยได้ยินกันอย่างแน่นอน เนื่องจากในปัจจุบันอาการออฟฟิศซินโดรมเป็นอาการที่พบได้บ่อยและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยพบมากในกลุ่มวัยรุ่นและวัยกลางคน จากพฤติกรรมการนั่งทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันที่ผิดสุขลักษณะ

ในบทความนี้เราจะพูดถึง อาการและสาเหตุของออฟฟิศซินโดรมเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับออฟฟิศซินโดรมมากขึ้น รวมถึงการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่มีประสิทธิภาพที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เพื่อหายจากอาการปวดเมื่อยในระยะยาว

สารบัญเนื้อหา คลิกเลือกอ่านตามต้องการ

1. ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร

2. สาเหตุของออฟฟิศซินโดรม

3. ทำไมรักษาออฟฟิศซินโดรมมานาน แต่ไม่หายสักที

4. วิธีรักษาออฟฟิศซินโดรมที่มีประสิทธิภาพ และให้ผลอย่างถาวร

5. ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยการนวดสลาย Trigger point และ พังผืด

6. คำแนะนำส่งท้ายสำหรับผู้ที่กำลังมีอาการออฟฟิศซินโดรม

จบทุกอาการปวด ตึง ชา อ่อนแรง

เน้นการรักษาที่ได้ผลจริง

อย่าทน กับอาการที่เป็นอยู่ เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งแก้ยาก สุขภาพจิตยิ่งเสียหนัก และยิ่งเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าในอนาคต

ดูบริการของเรา

ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร

ออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ จากพฤติกรรมการทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน จนทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ สะบัก เกิดการเกร็งตัวและมีอาการปวดเกิดขึ้น โดยอาการออฟฟิศซินโดรมมักพบในกลุ่มพนักงานออฟฟิศเป็นหลัก จึงได้มีชื่อเรียกของกลุ่มอาการปวดคอ บ่า ไหล่ สะบักนี้ว่าอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” ค่ะ

แต่จริงๆ แล้ว อาการออฟฟิศซินโดรมไม่ได้เป็นกลุ่มโรคที่เฉพาะเจาะจงในพนักงานออฟฟิศที่ทำงานหน้าคอมเท่านั้น ออฟฟิศซินโดรมสามารถพบได้ในทุกอาชีพที่มีการใช้กล้ามเนื้อ คอบ่าไหล่ ซ้ำๆ นานๆ เช่น ช่างไฟ, นักวาดรูป, นักดนตรีที่ต้องสะพายเครื่องดนตรีหนักๆ, ช่างสัก ช่างทำผม เป็นต้น เนื่องจากลักษณะงานจะมีการเกร็งกล้ามเนื้อ และใช้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ แขนอยู่ตลอดเวลา

และนอกจากพฤติกรรมการใช้งานเป็นเวลานานๆ แล้ว การอยู่ในท่าที่ไม่ถูกสุขลักษณะอย่างต่อเนื่องก็สามารถทำให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรมได้เช่นกัน เช่น การเล่นโทรศัพท์มือถือในท่านอน การคุยโทรศัพท์แบบหูแนบไล่ การหนุนหมอนที่สูงเกินไป จนทำให้กล้ามเนื้อต้นคอเกร็ง ล้า เป็นต้น

อาการของออฟฟิศซินโดรม มีอะไรบ้าง

ผู้ป่วยที่มีภาวะออฟฟิศซินโดรมมักจะมีอาการดังต่อไปนี้

  1. มีอาการปวด ตึง กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ สะบัก ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทุกส่วน
  2. บ่าแข็งเป็นก้อน
  3. หากผู้ป่วยมีอาการเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อ Iliocostalis thoracis และ Longissimus thoracis อาจมีอาการปวดลามไปที่ กลางหลัง หลังล่าง ร่วมด้วย
  4. หากผู้ป่วยมีอาการเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อ Semispinalis capitis, Splenius capitis, Scalene อาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ ขมับ หรือปวดไมเกรนร่วมด้วยได้
  5. ในเคสที่เส้นประสาทถูกรบกวนร่วมด้วย ผู้ป่วยจะมีอาการชาแขน ชานิ้ว หรือหากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานก็จะมีอาการอ่อนแรงร่วมด้วยได้
กลับสู่สารบัญ

สาเหตุของออฟฟิศซินโดรม

สาเหตุของอาการออฟฟิศซินโดรมนั้น เกิดจาก

  1. การทำงานอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน โดยไม่ขยับ หรือไม่ปรับเปลี่ยนท่าทาง จนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการยึดล็อก แข็ง และหดเกร็งขึ้น
  2. การอยู่ในท่าที่ไม่ถูกต้องซ้ำๆ นานๆ เช่น การนั่งหลังงอ การก้มหรือเงยคอมากเกินไป การนอนคว่ำหรือนอนหงายขณะใช้โทรศัพท์มือถือ การทำงานบนโต๊ะหรือเก้าอี้ที่มีความสูงไม่ได้มาตรฐาน จนส่งผลให้กล้ามเนื้อถูกใช้งานผิดลักษณะ เกิดการเกร็งตัวเรื้อรัง และเกิดการบาดเจ็บในกล้ามเนื้อ

เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานซ้ำๆ จนเกิดการเกร็งตัวขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะแข็งจนเป็นก้อน เรียกว่าก้อน Trigger point

เมื่อมี Trigger point มากขึ้น กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะแข็ง หดเกร็ง และขาดความยืดหยุ่น และเกิดการบาดเจ็บหรือฉีกขาดเมื่อมีการขยับ ถึงจุดนี้ ร่างกายจะสร้างพังผืด เข้าไปยึดเกาะในบริเวณที่ฉีกขาด จึงยิ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดอาการแข็ง และหดเกร็ง ในบริเวณที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนผู้ป่วยรู้สึกปวดมากขึ้น ปวดไม่หาย

Trigger point และพังผืดนี้ มักจะแทรกอยู่บริเวณมัดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ สะบัก และไปขัดขวางทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดอาการปวด เมื่อย ตึงบริเวณดังกล่าว

 

หาก trigger point และพังผืด ไปขัดขวางและทำให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงศีรษะไม่สะดวก ก็จะทำให้มีอาการปวดศีรษะ หรือทำให้สารสื่อประสาทในสมองทำงานไม่สมดุลกัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดไมเกรน ปวดขมับ กระบอกตา ตาพร่า หูอื้อ ร่วมด้วยได้

ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการสะสมเรื้อรังมานานและรุนแรงขึ้น trigger point และ พังผืด นั้นอาจไปรบกวนการทำงานของเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทส่งสัญญาณกันได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้มีอาการของเส้นประสาทร่วมด้วย เช่น อาการชา แสบร้อน ไฟช็อต เสียวแปล๊บ อ่อนแรงลงไปที่แขน ข้อศอก และนิ้วมือ เป็นต้น

ซึ่งอาการของออฟฟิศซินโดรมที่มีการรบกวนของเส้นประสาทที่พบได้บ่อยคือ อาการชามือ หรือปลายนิ้ว เนื่องจากเส้นประสาทเบรเคียล (brachial plexus) ซึ่งเป็นแขนงประสาทหลักบริเวณต้นคอที่ทอดผ่านมาบ่า ไหล่ ไหปลาร้า ต้นแขนจนถึงปลายนิ้ว ถูกรบกวนจากก้อน trigger point และ พังผืด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ ชา ไฟช็อต อ่อนแรงลงไปที่แขน ข้อศอก หรือปลายนิ้ว

สาเหตุของออฟฟิศซินโดรม
กลับสู่สารบัญ

ทำไมรักษาออฟฟิศซินโดรมมานาน แต่ไม่หายสักที

แม้จะฟังดูเหมือนว่าออฟฟิศซินโดรมเป็นอาการของระบบกล้ามเนื้อที่ไม่รุนแรงหรือเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการออฟฟิศซินโดรมสามารถสร้างปัญหา และกระทบกับชีวิตการทำงานอย่างมาก ในหลายๆ เคสที่รุนแรงนั้น ผู้ป่วยจะไม่สามารถทำงานได้เลย ต้องลาออกมาอยู่บ้าน ทำให้เกิดปัญหาด้านการเงินตามมา

เมื่อมีอาการปวดคอ บ่า สะบัก เกิดขึ้น การบำบัดเบื้องต้นคงหนีไม่พ้น การนวดไทย หรือการทำกายภาพบำบัด ซึ่งวิธีการบำบัดนี้ โดยมากจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นชั่วคราว เนื่องจากกล้ามเนื้อได้คลายตัวลง อาการปวดจึงลดน้อยลง แต่เมื่อผู้ป่วยกลับไปทำงานหรือทำพฤติกรรมเดิมๆ อาการปวดจะเริ่มกลับมา ทำให้ต้องรักษากันอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยที่อาการจะดีขึ้นหลังรักษาและจะกลับมาปวดอีกเมื่อกลับไปใช้งาน วนอยู่แบบนี้ ไม่หายขาด

สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะ การนวดไทยทั่วๆ ไป รวมทั้งการกายภาพบำบัดนั้น เป็นเพียงการทำให้กล้ามเนื้อชั้นบนๆ นิ่มลงชั่วคราว เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ ไม่ได้สลายต้นตอของปัญหา ซึ่งก็คือ ก้อน trigger point รวมถึง พังผืด ออกไป ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยกลับไปใช้พฤติกรรมเดิม กล้ามเนื้อก็จะกลับมาเกร็งตัวอีกครั้ง ผู้ป่วยก็จะกลับมามีอาการปวดเหมือนเดิม

กลับสู่สารบัญ

วิธีรักษาออฟฟิศซินโดรมที่มีประสิทธิภาพ และให้ผลอย่างถาวร

การรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมให้มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นจะต้องสลาย Trigger point และ พังผืด ในมัดกล้ามเนื้อทั้งในชั้นตื้นและชั้นลึกออกไปจนหมด เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวอย่างแท้จริง และให้เส้นเลือดและเส้นประสาทกลับมาทำงานได้เต็มที่อีกครั้ง อาการปวด และอาการผิดปกติต่างๆ ถึงจะหายไปและไม่กลับมาเป็นซ้ำๆ อีก

โดยการนวดรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม จะต้องเน้นการนวดสลาย trigger point และ พังผืด บริเวณที่ทำให้เกิดอาการปวด ดังนี้

อาการปวดตึงคอ บ่า ไหล่ สะบัก และบ่าแข็งเป็นก้อน

การรักษาจะเน้นการสลายพังผืดและจุดยึดเกร็งในบริเวณคอ บ่า สะบัก ทั้งในมัดกล้ามเนื้อชั้นตื้นและชั้นลึก โดยมีจุดหลักๆ ดังนี้

  • บริเวณ Trapezius เป็นมัดกล้ามเนื้อชั้นตื้นขนาดใหญ่ที่คลอบคลุมทั้งบริเวณต้นคอ บ่า จนถึงสะบักด้านใน
  • บริเวณ Sternocleidomastoid เป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของต้นคอ ที่มีหน้าที่ในการหัน เอียงคอ
  • บริเวณ Levator scapulae เป็นกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอเชื่อมกับสะบัก
  • บริเวณ Supraspinatus เป็นกล้ามเนื้อบริเวณบ่า
  • บริเวณ Infraspinatus เป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่คลุมบริเวณสะบัก
  • บริเวณ Rhomboid เป็นกล้ามเนื้อชั้นลึกบริเวณร่องสะบัก ที่เชื่อมระหว่างกระดูกสันหลังส่วนอกและกระดูกสะบัก
  • บริเวณ Serratus posterior superior เป็นกล้ามเนื้อที่เชื่อมระหว่างกระดูกสันหลังส่วนอกและกระดูกสะบัก (ตามแนวกระดูกสันหลัง Serratus posterior superior จะถัดขึ้นมาจากกล้ามเนื้อ Rhomboid)

อาการปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก และมีอาการไมเกรน ปวดขมับ ปวดขึ้นศีรษะร่วมด้วย

สำหรับออฟฟิศซินโดรมที่มีอาการไมเกรนร่วมด้วย การรักษาต้องแก้พังผืดและ trigger point บริเวณ บ่า สะบัก ทั้งหมด คือ Trapezius , Levator scapulae

และเน้นชุดมัดกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ ศีรษะ ที่เกิดการหดรัดเกร็งตัวจนเกิด trigger point และ พังผืดไปขัดขวางทางเดินของเส้นเลือดและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงศีรษะ จนทำให้มีอาการปวดศีรษะ ปวดขมับ กระบอกตา บางรายอาจมีอาการตาพร่า หูอื้อ ชาบริเวณกราม ขึ้นได้

โดยบริเวณกล้ามเนื้อที่มักพบปัญหา ได้แก่ Semispinalis capitis, Splenius capitis, Scalene ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อชั้นลึกบริเวณต้นคอที่เชื่อมกับศีรษะทั้งหมด

อาการปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก และมีอาการชามือร่วมด้วย

สำหรับออฟฟิศซินโดรมที่มีอาการชามือร่วมด้วยนั้น สาเหตุหลักของอาการชาคือการที่เส้นประสาทถูกรบกวนจาก trigger point และ พังผืด

วิธีการรักษาจะช่วยแก้จุด trigger point และ พังผืดบริเวณคอ บ่า สะบักออกดังเดิม ได้แก่บริเวณมัดกล้ามเนื้อ Trapezius, Sternocleidomastoid, Levator scapulae, Supraspinatus

รวมถึง Scalene ซึ่งเป็นมัดกล้ามเนื้อบริเวณคอชั้นลึกที่มีเส้นประสาทอยู่จำนวนมาก หากกล้ามเนื้อนี้มีการหดรัดเกร็งตัวหรือมีพังผืดไปเกาะ จะทำให้อาการกดทับของเส้นประสาทรุนแรงขึ้น

จากนั้นรักษาไล่ตามแนวเส้นประสาทที่เลี้ยงลงแขน เพื่อแก้อาการชานิ้ว ได้แก่บริเวณกล้ามเนื้อ Biceps brachii, Triceps brachii และ Extensor capi radialis longus

อาการปวดคอ บ่า สะบัก และปวดตึงลงหลังร่วมด้วย

สำหรับออฟฟิศซินโดรมที่เริ่มมีอาการลุกลามจากคอ บ่า สะบัก ลงไปบริเวณหลังนั้น ส่วนมากมักพบในผู้ที่นั่งทำงานเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อหลังเกิดการเกร็งตัวและมีพังผืดเกิดขึ้นร่วมด้วย

โดยการนวดรักษาจะไล่ตามแนวมัดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ สะบัก จนถึงหลัง โดยมีกล้ามเนื้อหลักๆ ดังนี้ Trapezius, Sternocleidomastoid, Levator scapulae, Scalene , Supraspinatus, Infraspinatus, Rhomboid และ Serratus posterior superior

และรักษาตามแนวกล้ามเนื้อหลังส่วนบนจนถึงหลังส่วนล่าง ดังนี้, Iliocostalis thoracis และ Longissimus thoracis ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลังที่ทอดยาวตั้งแต่หลังช่วงบนจนถึงหลังช่วงล่าง

กลับสู่สารบัญ

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยการนวดสลาย Trigger point และ พังผืด

ก่อนจะตัดสินใจรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีการนวดสลาย trigger point และพังผืดนั้น ผู้ป่วยควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้ประกอบ

1. การนวดแก้อาการด้วยวิธีนี้ อาจไม่สามารถทำให้อาการหายได้ภายในครั้งเดียว

ในกรณีที่ผู้ป่วยเพิ่งเริ่มมีอาการปวด ตึง การนวดสลาย trigger point และ พังผืด ด้วยผู้ที่ชำนาญ อาจจะสามารถทำให้ดีขึ้นได้เลยภายในครั้งเดียว แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการเรื้อรังมาสักระยะหนึ่งแล้ว อาจจะต้องใช้เวลาในการรักษา ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้อาการหายช้าหรือเร็วนั้นจะขึ้นอยู่กับ

  • ความเชี่ยวชาญของผู้นวดแก้อาการ

ผู้รักษาที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษา เมื่อตรวจอาการแล้วจะรู้ทันทีว่าต้นเหตุของอาการอยู่ที่ใด และต้องแก้ที่ตำแหน่งใด ซึ่งจะแตกต่างผู้รักษาที่ไม่มีความชำนาญโดยสิ้นเชิง เพราะผู้ที่ไม่มีความรู้ ความชำนาญ จะไม่สามารถแยกได้ว่ากล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือข้อต่อที่มีความผิดปกตินั้น ผิดปกติเพราะอะไร และควรต้องแก้ไขอย่างไร

การรักษาโดยผู้ที่ชำนาญการ จะให้ผลการรักษาที่รวดเร็ว แม่นยำ และตรงจุด จนผู้ป่วยรู้สึกได้เองถึงความแตกต่าง

  • ระยะเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการสะสมมา

ผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง หรือ มีอาการเป็นๆ หายๆ มานาน หรือเคยใช้งานกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ สะบักมานาน ย่อมต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานกว่าผู้ป่วยที่เพิ่งมีอาการ เนื่องจากในผู้ป่วยที่มีอาการมานาน พังผืดจะเกาะแทรกและลุกลามไปในชั้นกล้ามเนื้อในหลายๆ จุด และในบางเคส พังผืดได้ลุกลามไปยึดเกาะบริเวณข้างเคียง ได้แก่ ท้ายทอย ฐานกระโหลก หลังหู ขมับ กระบอกตา ไหปลาร้า ดังนั้นจะต้องรักษาหลายครั้งกว่าจะสลายพังผืดออกจนหมด

ในขณะที่ผู้ป่วยที่เพิ่งเริ่มมีอาการไม่นานนั้น จะมีพังผืดยึดเกาะเพียงเล็กน้อย และจะเกาะอยู่เพียงกล้ามเนื้อชั้นบนๆ ไม่ได้เกาะฝังลงลึก หรือเกาะลุกลามไปที่ต่างๆ เหมือนผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง ดังนั้น จึงใช้เวลารักษาน้อยกว่า ได้ผลที่ชัดเจนกว่า และหายไวกว่า

  • สภาพกล้ามเนื้อของผู้ป่วย

ผู้ป่วยแต่ละท่านมีสภาพกล้ามเนื้อที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องของความสามารถในการคลายตัว หรือในเรื่องความหนืดแข็งของพังผืด ผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อที่คลายตัวได้เร็ว หรือมีพังผืดนิ่มจะเห็นผลการรักษาที่ชัดเจนและไวกว่าผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อที่คลายตัวช้า หรือมีพังผืดหนืดแข็ง

2. การนวดสลายแก้อาการสลาย trigger point และพังผืด มีความเจ็บ

เนื่องจากการนวดสลาย trigger point และพังผืดจะเน้นไปที่การรักษาอาการของผู้ป่วยให้ทุเลา ไม่ได้เน้นเรื่องความผ่อนคลาย ดังนั้น ขณะทำการรักษา ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บ ซึ่งจะเจ็บมาก-น้อย ขึ้นอยู่กับวิธีการหรือเทคนิคของการนวดแก้อาการในแต่ละแห่ง

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ต้องการรักษาด้วยวิธีการนวดสลายพังผืดนี้ จะต้องเป็นผู้ป่วยที่พอทนความเจ็บได้บ้าง หากเป็นผู้ที่ทนความเจ็บไม่ได้เลย อาจจะต้องเลือกการรักษาทางอื่นแทน

3. อาจเกิดการระบมหรือรอยฟกช้ำขึ้นหลังจากการนวด

การนวดแก้อาการสลาย trigger point และพังผืดนั้น อาจะทำให้เกิดความระบมหรือมีรอยฟกช้ำขึ้นหลังจากการรักษา โดยส่วนใหญ่แล้วอาการระบมและรอยฟกช้ำ จะเกินระยะเวลาประมาณ 3-10 วัน โดยจะระบมมาก-น้อย หรือ ฟกช้ำ มาก-น้อย แค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการนวดรักษาของสถานที่นวดแก้อาการแต่ละแห่ง

4. ค่าใช้จ่ายในการนวดสลาย trigger point และพังผืดจะสูงกว่าการนวดทั่วไป

โดยปกติแล้ว ค่าใช้จ่ายในการนวดแก้อาการสลาย trigger point และพังผืดจะสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการนวดทั่วไป เนื่องจากผู้ที่จะทำการนวดแก้อาการได้นั้น ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ที่นวดแผนไทยเป็น แต่จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญด้านการสลายพังผืดในกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และ ข้อต่อ มากกกว่าหมอนวดแผนไทยอย่างมาก ซึ่งผู้ที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญในด้านนี้จริงๆ มีจำนวนค่อนข้างน้อย

ค่าใช้จ่ายในการนวดแก้อาการที่พบในปัจจุบันนั้น มีตั้งแต่ 500.- จนไปถึงหลักหมื่นบาท (xx,xxx) ต่อครั้ง ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลและปัจจัยต่างๆ ของสถานที่นวดแก้อาการแต่ละแห่งว่าที่ใดมีความเชี่ยวชาญ สามารถรักษาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าต่อผู้ป่วยมากที่สุด

กลับสู่สารบัญ

คำแนะนำส่งท้ายสำหรับผู้ที่กำลังมีอาการออฟฟิศซินโดรม

เนื่องจากอาการออฟฟิศซินโดรมนั้น มีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ในอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง หรือการทำงานในท่าเดิมนานๆ ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือ คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเราให้อยู่ในอิริยาบถที่ถูกสุขลักษณะ และควรหมั่นลุก หรือ เคลื่อนไหวร่างกายทุกๆ 1 ชม. เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวอยู่ในท่าเดิมนานๆ จนเกิดอาการบาดเจ็บตามมา

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเพียงการป้องกันการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่อาจเกิดขึ้น หรือไม่ให้อาการเป็นหนักขึ้น แต่ในผู้ที่มีอาการของออฟฟิศซินโดรมแล้วนั้น ควรหาวิธีรักษาอย่างถูกต้อง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ โดยไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอ อาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่หนักขึ้นจนแก้ไขได้ยาก

เช่น กลายเป็นภาวะหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ซึ่งอาจจะกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน และสร้างความทุกข์ทรมานใจให้แก่ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก

สำหรับใครที่มีอาการตามที่ได้กล่าวมาในบทความนี้ สามารถติดต่อมาปรึกษาได้ หรือถ้าต้องการใช้บริการ ดูรายละเอียดได้ที่ นวดแก้อาการ