ประวัติการเจ็บป่วย
คุณศุภกิตร อายุ 47 ปี ทำอาชีพธุรกิจส่วนตัว มีอาการปวดสะบักร้าวชาลงแขนขวา นาน 2 สัปดาห์ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ดังนี้
- ตึงคอ บ่า
- ปวดสะบักร้าวลงแขน ถึงข้อศอกขวา
- ชานิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อยขวา
- มีอาการแปล๊บๆ ลงสีข้างขวา
จากประวัติ ผู้ป่วยต้องนั่งทำงานหน้าคอมเป็นระยะเวลานาน และได้มีการออกกำลังกายยกเวทเป็นประจำ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนี้สามารถส่งผมให้กล้ามเนื้อบริเวณสะบัก คอ บ่า เกิดการเกร็งตัวขึ้นได้
ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะมีอาการปวดสะบักร้าวชาลงแขน มาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ แต่ผู้ป่วยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการรักษา โดยผู้ป่วยได้เคยเข้ารับการรักษาด้วยวิธี
- กายภาพบำบัด 2 ครั้ง โดยมีการทำ Shockwave และ การกระตุ้นไฟฟ้า ซึ่งผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นชั่วคราว แต่กลับมามีอาการปวดอีก
- นวดไทยทั่วไป 1 ครั้ง อาการเบาลงหลังจากนวด แต่ก็กลับมามีอาการปวดอีก
ผู้ป่วยจึงได้ค้นหาวิธีรักษาทางเลือกอื่น จนได้มาเจอชนัชพันต์คลินิก และตัดสินใจมารักษา โดยมีอาการเปลี่ยนแปลงดังนี้
- หลังเข้ารับการรักษาครั้งแรก : อาการดีขึ้นมากกว่า 95% ไม่มีอาการปวดสะบัก คอบ่าไม่ตึงแล้ว ไม่ปวดลงแขนแล้ว ไม่แปล๊บลงสีข้างแล้ว แต่ยังเหลืออาการชาปลายนิ้วเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ป่วยทิ้งช่วงการรักษาห่างไปได้นานประมาณ 1 ปี
จนกระทั่งผู้ป่วยเริ่มกลับมามีอาการปวดสะบักอีกครั้ง สาเหตุเกิดจากการยกเวทอีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้เพิ่งมีอาการได้ 3-4 วัน ผู้ป่วยจึงรีบเข้ามารักษาทันที เพราะกลัวอาการจะสะสมจนเป็นหนัก และแก้ไขได้ยาก
- เข้ารับการรักษาครั้งที่ 2 (ห่างจากครั้งแรก 1 ปี) : ไม่มีอาการชาปลายนิ้ว และไม่มีอาการปวดแล้ว
ตำแหน่งกล้ามเนื้อ และเส้นประสาทที่พบปัญหาในอาการปวดสะบักร้าวชาลงแขนไปปลายนิ้ว
สำหรับในเคสผู้ป่วยท่านนี้ มีอาการปวดตึง คอ บ่า และสะบักร้าวลงแขน ชาปลายนิ้วมือ แปล๊บลงสีข้าง มักเกิดจากการที่กล้ามเนื้อมีความแข็งตึง และเกร็งตัว จากการทำงานในท่าเดิมๆ รวมถึงการยกเวทเป็นประจำ หรือยกเวทแล้วเกิดการบาดเจ็บ
ซึ่งมัดกล้ามเนื้อที่แข็งตึง และเกร็งตัวนี้ อาจไปบีบรัดโดนเส้นประสาทที่อยู่บริเวณข้างเคียง และทำให้เกิดอาการร้าวไปตามเส้นแนวของเส้นประสาทที่ถูกบีบรัด เช่น ปวดร้าวลงแขน หรือชาลงแขน ชาลงนิ้วมือ เป็นต้น โดยตำแหน่งที่พบการบาดเจ็บบ่อยๆ จะมีดังนี้
- กลุ่มกล้ามเนื้อสะบัก ได้แก่ กล้ามเนื้อ Teres Minor, Teres Major, Supraspinatus, Infraspinatus
- กลุ่มกล้ามเนื้อคอ และหลังช่วงบน ได้แก่ กล้ามเนื้อ Trapezius และกลุ่มกล้ามเนื้อ Rhomboid
- กลุ่มกล้ามเนื้อแขนท่อนบน ได้แก่ กล้ามเนื้อ Biceps Brachii และ Triceps Brachii
- เส้นประสาท Ulnar Nerve
กลุ่มกล้ามเนื้อสะบัก
1.1. กล้ามเนื้อ Teres minor
เป็นกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสะบัก และต้นแขน ช่วยในการพยุงไหล่ และหมุนข้อไหล่ไปด้านหลัง
1.2. กล้ามเนื้อ Teres major
เป็นกล้ามเนื้อบริเวณขอบด้านนอกของกระดูกสะบัก และต้นแขน ช่วยในการกางหุบแขนเข้าออก
เมื่อกล้ามเนื้อสะบัก บริเวณ teres minor และ teres major มีการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อ จะทำให้เกิดอาการปวดบริเวณสะบักด้านนอก และสามารถทำให้ปวดตึงสีข้างได้
1.3. กล้ามเนื้อ Supraspinatus
เป็นกล้ามเนื้อบริเวณขอบบนของสะบัก และหัวไหล่ ช่วยในการยก และกางแขน หากมีการยกของหนัก หรือต้องกางแขนนานๆ จนทำให้เกิดการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดสะบักช่วงบน รวมถึงปวดไหล่
1.4. กล้ามเนื้อ Infraspinatus
เป็นกล้ามเนื้อขอบสะบักด้านใน ทำหน้าที่ช่วยพยุงให้ข้อไหล่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และช่วยในการหมุนหัวไหล่ หากกล้ามเนื้อมัดนี้มีอาการตึงเกร็ง จะทำให้มีอาการปวดสะบักด้านใน
2. กลุ่มกล้ามเนื้อคอ และหลังช่วงบน
2.1. กล้ามเนื้อ Trapezius
เป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นคอจนถึงกึ่งกลางหลัง และครอบคลุมไปถึงสะบักทั้ง 2 ข้าง หากมีการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อ Trapezius ช่วงบน ผู้ป่วยมักจะมีอาการตึงคอ บ่า และไหล่
2.2. กลุ่มกล้ามเนื้อ Rhomboid
ซึ่งจะประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อ Rhomboid Minor และ กล้ามเนื้อ Rhomboid Major ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อยึดสะบัก เป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่ช่วยในการทำท่าดึง และยกของเข้าหาลำตัว
ดังนั้นหากกลุ่มกล้ามเนื้อ Rhomboid เกิดอาการเกร็งตัว จะทำให้มีอาการปวดร้าวบริเวณขอบสะบักด้านใน (ด้านที่ใกล้กับกระดูกสันหลัง)
3. กลุ่มกล้ามเนื้อช่วงแขนท่อนบน
3.1. กล้ามเนื้อ Biceps Brachii เป็นกล้ามเนื้อแขนด้านหน้า ที่อยู่บริเวณแขนช่วงหัวไหล่จนถึงข้อศอก ช่วยในการงอแขน เข้าหาตัว
3.2. กล้ามเนื้อ Triceps Brachii เป็นกล้ามเนื้อแขนหลัง ที่อยู่บริเวณแขนช่วงหัวไหล่จนถึงข้อศอก ช่วยในการกางแขน ออกจากตัว
ดังนั้นหากกลุ่มกล้ามเนื้อบริเวณนี้มีอาการเกร็งตัว จะทำให้มีอาการปวดแบบตื้อๆ ปวดตึงๆ หรือมีอาการอ่อนล้า ร้าวไปบริเวณต้นแขนตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อศอกได้
4. เส้นประสาท Ulnar Nerve
4.1 เส้นประสาท Ulnar nerve
จะอยู่บริเวณตั้งแต่แขนท่อนบนไปจนถึงปลายนิ้วมือ (นิ้วก้อย นิ้วนาง และนิ้วกลาง) ซึ่งมีหน้าที่เป็นเส้นประสาทที่รับความรู้สึกบริเวณฝ่ามือจนถึงปลายนิ้ว ในด้านนิ้วก้อย นิ้วนาง และนิ้วกลาง
ดังนั้นเมื่อเส้นประสาท Ulnar nerve ถูกรบกวน หรือถูกกดทับ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแบบ แปล๊บๆ มีอาการร้าวที่บริเวณแขนทำให้รู้สึกล้าแขน และรู้สึกชาลงไปบริเวณ นิ้วนาง และ นิ้วก้อย ได้
กลับสู่สารบัญสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดสะบักร้าวลงแขน
อาการปวดสะบักร้าวลงแขน หรืออาการกล้ามเนื้อสะบักหนีบเส้นประสาทนี้ มักจะมีอาการปวดที่สะบักเป็นหลัก และอาจจะมีอาการปวดแขน ชาแขน แขนอ่อนแรง หรือ มีอาการปวดตึงคอ บ่า ร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดสะบักร้าวลงแขน มีดังนี้
1. การอยู่ในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน
เช่นการนั่งทำงานใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ การที่จอคอมอาจอยู่ในตำแหน่งที่ไม่พอดีกับสายตา ทำให้ต้องก้ม หรือเงยคอตลอดเวลา การก้มคอเล่นโทรศัพท์นานๆ เป็นต้น
อิริยาบถที่ไม่ถูกสุขลักษณะเหล่านี้ เมื่อทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อ คอบ่า สะบักเกิดอาการเกร็งตัวสะสม จนขมวดเป็นปม เรียกว่า Trigger point และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้มีการแก้ไข จะทำให้เกิดพังผืดมาเกาะบริเวณ Trigger point ส่งผลให้เลือดไม่สามารถนำพาสารอาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้ ทำให้เนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดการอักเสบ ปวดเรื้อรังไม่หาย และเมื่อพังผืดลุกลามไปกดทับเส้นประสาท ผู้ป่วยจะมีอาการชาแขน และปลายมือร่วมด้วย
2. การออกกำลังกายแล้วมีเกิดการบาดเจ็บ
เช่นการยกเวทที่มีน้ำหนักมากเกินไป ยกผิดจังหวะ ยกในท่าที่ไม่ถูกต้อง การที่ไม่ได้ยืดกล้ามเนื้อก่อนหลังการออกกำลังกาย หรือการฝืนออกกำลังกายในท่าที่ไม่เหมาะสมกับสรีระร่างกาย
ซึ่งการออกกำลังกายจนเกิดการบาดเจ็บบริเวณบ่า หรือสะบักนั้น กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า สะบักอาจเกิดการฉีกขาด ร่างกายจึงสร้างพังผืดไปเกาะคลุมเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าว และทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆ เกิดอาการแข็ง ตึง เป็นก้อน ไม่ยืดหยุ่น และส่งผลให้เกิดอาการปวดตามมา และหากก้อนพังผืดนี้ไปรบกวนโดนเส้นประสาทรอบข้าง ผู้ป่วยจะมีอาการชาลงแขนตามมา
3. เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณคอ หรือสะบัก
เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ การมีรถมาชนท้าย หรือการขับชนอะไรบางอย่าง ซึ่งถึงแม้ว่าจะทำการ MRI หรือ X-Ray หลังอุบัติเหตุแล้วพบว่าไม่มีการเคลื่อนของกระดูกคอก็ตาม แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวว่าข้อกระดูกคอได้มีการโดนเหวี่ยงสะบัด และเนื้อเยื่อรอบๆ ได้เกิดการบาดเจ็บไปแล้ว ซึ่งร่างกายจะค่อยๆ สร้างพังผืดไปเกาะบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บ และลุกลามไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึงจุดหนึ่งจะแสดงอาการปวดคอ บ่า สะบักเรื้อรังรักษาไม่หายขาด และหากพังผืดไปรบกวนโดนเส้นประสาท ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการปวดลงแขนหรือชาลงแขน
4. มีอาการปวดคอ บ่า มาก่อนแล้ว
อาการปวดคอบ่า ไม่ว่าจะเกิดจากภาวะ ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) กระดูกคอทรุด กระดูกคอเสื่อม หรือกระดูกคอทับเส้นประสาท สามารถส่งผลทำให้เกิดอาการปวดสะบักร้าวลงแขนได้
เนื่องจากกล้ามเนื้อคอบ่านั้น อยู่ติด และทำงานร่วมกันกับกล้ามเนื้อสะบักในหลายๆ อิริยาบถ ดังนั้น หากกล้ามเนื้อคอบ่า มีปัญหา เกิดการบาดเจ็บ หรือเกิดการเกร็งตัว กล้ามเนื้อคอบ่าจะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้กล้ามเนื้อสะบักต้องทำงานหนักมากขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อสะบักถูกใช้งานหนักขึ้น จะเกิดการเมื่อยล้า และบาดเจ็บในที่สุด
นั่นคือสาเหตุว่าทำไมอาการปวดสะบัก มักจะมาพร้อมกันกับอาการปวดคอบ่า ไม่ว่าจะเป็นจากภาวะออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ภาวะกระดูกคอทรุด กระดูกคอเสื่อม หรือกระดูกคอทับเส้นประสาทนั่นเอง
กลับสู่สารบัญทำไมการนวดสลายพังผืด trigger point จึงสามารถรักษาอาการปวดสะบักร้าวลงแขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษาด้วยวิธีการนวดสลายพังผืด และ trigger point นั้น สามารถรักษาอาการปวดสะบักร้าวลงแขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นการกำจัดที่ต้นเหตุหลักของอาการปวด และอาการชาโดยตรง ซึ่งได้แก่
ปม trigger point คือ ปมกล้ามเนื้อที่เกิดหลังจากที่กล้ามเนื้อสะบักเกิดการเกร็งตัวสะสม ซึ่งในเคสนี้เกิดจากการที่ผู้ป่วยอยู่ในอิริยาบทที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน เมื่อเกิด trigger point ขึ้น เลือดจะไม่สามารถนำพาสารอาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแอ อักเสบ และเกิดอาการปวดอยู่บ่อยๆ ไม่หายขาด
พังผืด จะเกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อบริเวณที่มี trigger point เกิดการอักเสบอยู่อย่างต่อเนื่อง พังผืดจะมาเกาะคลุมบริเวณที่ปวดทำให้ trigger point นั้น แข็งตัวใหญ่ขึ้น จนเป็นก้อนใหญ่สามารถคลำเจอได้
และหากปล่อยไว้ ไม่รักษาให้ตรงจุด พังผืดจะเริ่มลุกลามไปเกาะตามแนวกล้ามเนื้อรอบข้าง เนื่องจากกล้ามเนื้อรอบข้างจะต้องทำงานหนักขึ้น และเริ่มบาดเจ็บตาม (เพราะกล้ามเนื้อมัดที่เคยถูกใช้ง่ายถูกพังผืดเกาะจนแข็ง และไม่ยืดหยุ่น ไม่สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม ร่างกายจึงต้องใช้กล้ามเนื้อรอบๆ ช่วยทำงานมากขึ้น)
และหากพังผืดเกาะคลุมขยายไปจนเริ่มรบกวนเส้นประสาทบริเวณรอบข้าง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงไปตามแนวเส้นประสาท ซึ่งในเคสนี้ พังผืดได้รบกวนเส้นประสาท Ulnar nerve ผู้ป่วยจึงมีอาการปวดลงแขน นิ้วชา
ดังนั้นการรักษาที่จะตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การกำจัดเอาพังผืด และคลายปม trigger ออก เมื่อพังผืดถูกสลายทิ้ง และเมื่อ trigger point ถูกคลายออกจนหมด กล้ามเนื้อสะบักจะกลับมายืดหยุ่น และมีสุขภาพดีดังเดิม และเมื่อเส้นประสาทไม่ถูกรบกวนจากพังผืดแล้ว อาการปวดร้าวลงแขน ชาแขน ชานิ้วก็จะหายไป และไม่กลับมาเป็นซ้ำๆ อีกในอนาคต
รีวิวการรักษาอื่นๆ เพิ่มเติม
ข้อควรรู้ก่อนการนวดสลายพังผืด และ trigger point
การนวดสลายพังผืด เพื่อรักษาอาการสะบักร้าวลงแขน ชานิ้ว ตึงคอบ่า เป็นอีกหนึ่งการรักษาทางเลือก สำหรับผู้ที่มีอาการปวดสะบักร้าวลงแขน แต่ไม่อยากทานยาไปตลอด ไม่อยากผ่าตัด หรือรักษามาหลายวิธีแต่อาการยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร
การรักษาด้วยวิธีนวดสลายพังผืด และ trigger point นี้เป็นการกำจัดถึงต้นตอของอาการปวดสะบักร้าวลงแขนได้อย่างตรงจุด แต่ถึงแม้ว่าการรักษาด้วยการนวนี้จะสามารถรักษาอาการปวดสะบักร้าวลงแขนได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จริง แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของความเจ็บที่เกิดขึ้นขณะรักษา และการรักษาในหลายเคสจะเป็นการรักษาต่อเนื่องที่ไม่ได้มาเพียง 1 ครั้งแล้วหายขาดทันที เพราะฉะนั้นผู้ป่วยจำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลการรักษาเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์แก่ตัวู้ป่วยเอง โดยสามารถอ่านรายละเอียดการรักษาก่อนเข้าใช้บริการได้ที่นี่ สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนเข้ารับการรักษา ด้วยวิธีนวดแก้อาการสลายพังผืด

